Samsung NX1000 อีกหนึ่งความภาคภูมิใจจากพี่ซัม

เจ้าตัวนี้เป็นกล้อง Mirrorless ที่กำลังเป็นที่จับตามองของช่างภาพหลายท่าน ด้วยการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ของค่าย Samsung รวมทั้งประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอด จึงไม่แปลกเลยที่ทำให้กล้องตัวนี้ดังเพียงข้ามคืน ส่วนคุณสมบัติและความสามารถของเจ้าตัวนี้จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า ตามข้าพเจ้ามาได้เลย

เรามาดูที่การออกแบบตัว Body ภายนอกกันก่อนดีกว่าครับ พี่ซัมเค้าออกแบบมาให้มีรูปร่างที่เล็กกะทัดรัด ตัว Body ทำมาจากพลาสติก มีหลายสีให้เลือก เช่น ดำ, ขาว, ชมพู ดูแล้วสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเลยครับ ตัวนี้สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ และคุณภาพของภาพถ่ายที่ออกมาไม่แพ้กล้อง Digital DSLR เลย

ด้านการออกแบบปุ่มของกล้องออกแบบมาให้อย่างลงตัวไม่เยอะจนปวดหัว เหมาะกับการใช้งานของมือใหม่ด้วย ไม่ซับซ้อนยุ่งยากอะไร ความละเอียดอยู่ที่ 20.3 MP มีไฟล์ RAW ให้ใช้งานและสามารถปรับอัตราส่วนภาพได้อีก ด้านการถ่าย VDO เค้าก็ไม่มองข้ามครับ สามารถถ่ายด้วยความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD และรองรับระบบ External Flash มี Hot Shoe แถมมาด้วย แต่น่าเสียดายที่ตัวกล้องไม่มี Pop-up flash ติดมาให้ด้วย

ปุ่มเลือก Mode การถ่ายภาพอยู่ทางด้านบนทางขวาของตัวกล้อง Highlight ของตัวนี้อยู่ที่รองรับระบบ Wi-fi สามารถแชร์รูปภาพ เพียงกดปุ่ม Smart Link เพียงปุ่มเดียว และยังมีระบบ GPS สามารถระบุตำแหน่งที่ถ่ายภาพได้ นอกจากนี้แล้ว Samsung NX1000 ยังมีระบบการป้องกันภาพสั่นไหวมาให้ด้วย ISO สูงสุดที่ 12800 ใครที่สนใจก็หามาใช้ประดับบารมีได้เลยครับท่านจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

Nikon D3200 น้องใหม่มาแรง

เริ่มต้นด้วยการออกแบบได้อย่างลงตัว เป็นกล้องรุ่นเล็ก แต่สเป็คไม่ได้เล็กอย่างรุ่นเลย สำหรับท่านที่กำลังมองหากล้อง DSLR สักตัวหนึ่งมาไว้ถ่ายภาพแล้วละก็ตัวนี้นับได้ว่าเป็นตัวที่น่าจับตามองอย่างมาก ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ตามผมมาดูด้านในได้เลย แล้วท่านจะรู้ว่าเจ้าตัวนี้มีดีจริงๆ
ทางด้าน Body ของกล้อง ออกแบบมาได้เล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับท่านที่มือค่อนข้างเล็ก ตัวนี้ไม่มี Grip ใช้สำหรับเดินทางก็น่าจะเหมาะ วงแหวนหมุนปรับ Mode ถ่ายภาพอยู่ทางด้านขวาบนของกล้อง ปุ่มสำหรับถ่าย VDO จะถูกแยกออกต่างหาก นอกจากนั้นยังมี Guide Mode สำหรับแนะนำการตั้งค่าต่างๆ สำหรับมือใหม่อีกด้วย ด้านความละเอียด เจ้าตัวนี้มีความละเอียดอยู่ที่ 24 MP ระบบโฟกัส 11 จุด ไม่มีระบบสั่งงาน Flash ไร้สายครับ น่าเสียดายจัง
ด้านหลังหน้าจอ LCD แบบธรรมดา (ไม่สามารถบิดพับได้) ขนาด 3” มี Flash pop-up มาให้ สะดวกดีครับ เราลองมาดูกันที่แบตเตอรี่บ้าง เจ้า Nikon ตัวนี้ใช้แบตเตอรี่เหมือนกับรุ่นเก่าครับ EN-EL14 สามารถเอารุ่นเก่ามาใช้กับรุ่นใหม่ได้ ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อให้มาแบบจัดเต็มครับเช่น USB , HDMI ช่องเสียบไมโครโฟน นอกจากนั้นยังรองรับการเชื่อมต่อ GPS และ Wireless อีกด้วย
ตัวนี้ใช้ Sensor ของ CMOS สามารถดัน ISO ได้ถึง 6400 แสงน้อยไม่ต้องกลัวครับจัดไป น้ำหนักของกล้องตัวนี้อยู่ที่ 505 กรัม (รวมแบตเตอรี่แล้ว) นับได้ว่าค่อนข้างเบาครับ สามารถเอาไปออกทริปได้สบาย ท่านใดสนใจกล้องรุ่นเล็ก ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าลองเลยทีเดียว ไปหามาลองกันนะครับ

Sony A99 Full Frame Digital SLR Camera สำหรับมืออาชีพ

หากจะพูดถึงกล้องที่เป็น Full Frame แล้วตอนนี้ที่มาแรงและเป็นที่หมายปองสำหรับใครหลายๆ คนก็ไม่น่าจะพ้นค่าย Sony ครับ เจ้าตัวนี้ถูกออกแบบมาเอาใจคนชอบ Full Frame เราลองมาดูเครื่องในของเจ้าตัวนี้กันดีกว่าว่ามันจะมีอะไรดีบ้าง ตามผมมาได้เลยครับทุกท่าน

เริ่มต้นจากด้านการออกแบบ เรียกได้ว่าออกแบบมาได้อย่างลงตัว จับได้ถนัดมือมากๆ ครับ ดูเท่ห์ และดุดัน ทางด้านวงแหวนปรับค่าต่างๆ จะอยู่ทางด้านซ้ายมือของช่างภาพ (เมื่อมองจากด้านหลังกล้อง) Body ทำจาก Magnesium Alloyมีซีลกันฝุ่นรอบตัว นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว Sony ยังเอาเทคโนโลยีใหม่โดยใช้กระจกโปร่งแสงที่เรียกว่า SLT ไม่ใช้กระจกสะท้อนภาพแบบยี่ห้ออื่น กระจกไม่มีการดีดตัวจึงช่วยลดการสั่นไหวของภาพได้มาก และยังสามารถโฟกัสภาพกรณีถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องได้เร็วขึ้นอีกด้วย

เรามาดู spec กันดีกว่า ความละเอียดของตัวนี้อยู่ที่ 24.7 MP นับได้ว่าสุดยอดครับ Hot shoe flash ออกแบบมาใหม่สามารถใช้งานกับ flash นอกค่ายได้ ไมโครโฟนอยู่ตรงหัวของกล้อง รุ่นนี้ไม่มี pop-up flash ครับ ทางด้านจอแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ อยู่ทางด้านบนของตัวกล้อง, ช่องเสียบ memory card มีมาให้ 2 ตัวครับ สามารถเลือกได้ว่าจะเก็บภาพที่ card ไหน หรือเล่นทั้ง 2 เลยก็ได้, พอร์ตที่สำคัญเช่น Microphone, Head phone, HDMI, GPS ในตัว, จอ LCD แบบบิดพับได้, สามารถบันทึก VDO ได้ ใครที่สนใจกล้อง Full frame อยู่ สำหรับเจ้าตัวนี้ก็น่าลองนะครับ

Nikon D5200 สุดยอดแห่งเทคโนโลยี

เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกท่านที่ชื่นชอบข่าวคราวไอที วันนี้กลับมาพบกับผมกันอีกเช่นเคย สำหรับกล้องที่ผมจะนำมาแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกันในวันนี้คือ เจ้า Nikon D5200 เราจะมาชำแระเครื่องในของมันดูว่ามีอะไรด้านในกันบ้าง และผมเชื่อว่ามือใหม่ มือเก่า ต้องสนใจเจ้าตัวนี้กันเป็นแน่ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ตามผมมาได้เลยครับ

ด้านการออกแบบภายนอกทำได้สวยงามมากครับ ตัวเครื่องไม่เล็กไม่ใหญ่ เรียกได้ว่ากำลังพอดี น้ำหนักประมาณ 555 gจับถนัดมือมาก เจ้าตัวนี้เป็นรุ่นกลางครับ จึงไม่มีระบบแฟลชไร้สาย น่าเสียดายมากเลยอะ แต่ไม่เป็นไรครับเพราะประสิทธิภาพด้านอื่นจัดเต็ม เอามาทดแทนกันได้ เช่น ระบบถ่าย VDO แบบ Full HD, ไมค์รับเสียงด้านหน้าแบบ Stereo, มี effect ภายในตัวกล้องไม่ต้องเข้าคอมฯ ก็สามารถทำภาพสวยๆ ได้ อันนี้ก็เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่โดดเด่นเลยทีเดียว

Nikon D5200 มาพร้อมกับหน้าจอ LCD 3” หน้าจอ LCD สามารถบิดพับได้ ช่วยให้ท่านสามารถถ่ายภาพที่มุมแปลกๆ ได้ครับ ความละเอียด 21.1 MP, เซนเซอร์ ขนาด 23.5 x 15.6 mm CMOS, แบตเตอรี่ขอบอกว่าใช้งานได้นานพอสมควรครับ หากใช้ Mode Live View บ่อย สามารถใช้ได้ถึง 2 วันเลยทีเดียว ทางด้านของพอร์ตเชื่อมต่อก็จัดมาให้เต็มๆ สุดๆ ครับ ทั้ง HDMI, USB, Microphone, ช่องเสียบสายลั่นชัตเตอร์ และที่เป็น Highlight คือ ตัวนี้รองรับระบบ GPS หรือ Wi-Fi ด้วย ISO ที่สามารถทำได้สูงสุดอยู่ที่ 25600 ใครที่กำลังเริ่มต้นตัวนี้นับเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นพี่เลย ราคาของตัวนี้ประมาณ 27,000 บาท น่าสนใจไม่น้อยเลย

Sony NEX-7 อีกขั้นของกล้อง Mirrorless

หลังจากที่ได้รับคำวิจารณ์กันมาบ้างในเชิงบวก คราวนี้ถึงคราวที่เราจะมาทำความรู้จัก เจ้า Sony NEX-7 กันบ้าง ทำไมหลายคนจึงอยากเป็นเจ้าของจับจองเจ้า Sony NEX-7 กันเหลือเกิน แล้วมันมีประสิทธิภาพสูงขนาดไหน เราลองมาดูกัน สำหรับท่านที่ชอบ Mirrorless จาก Sony ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะถ้าท่านพลาด อาจเสียใจภายหลังได้ ท่านพร้อมแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ตามผมมาได้เลย

ตัวกล้องถูกออกแบบมาด้วยสีดำดูดุดัน เท่ห์มากครับ รูปร่างพอๆ กับกล้อง Compact เลยแต่ออกแบบมือจับได้อย่างลงตัวเลย ด้าน View Finder เป็นแบบ Electronic ทางด้านขวาบนของตัวกล้องจะมี วงแหวน Dial ให้มา 2 ตัวครับเพิ่มความสะดวกในการควบคุมกล้องได้อย่างดีเยี่ยมครับ พอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาแบบจัดเต็มทั้ง HDMI, USB, Microphone ครบเครื่องด้านการเชื่อมต่อครับ

นอกจากนั้นในรุ่นนี้ยังมี Pop-up flash มาให้ด้วย แถมยังเอาใจมืออาชีพด้วยการติดตั้ง Hot shoe มาให้ด้วย แหมเริ่มจะหลงรักเจ้าตัวนี้แล้วนะสิ เรามาดูทางด้านล่างของกล้องกันบ้างครับ มีช่องใส่แบตเตอรี่ และ Memory Card ที่รองรับทั้งแบบ SDHC และ Memory Stick จอ LCD สามารถบิดพับได้เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพในมุมแปลกๆ ได้

เรามาดูสเปคกันบ้างครับ เจ้าตัวนี้มีความละเอียดของ Sensor มากถึง 24.3 MP สามารถดัน ISO ได้มากสุดที่ 16000 ไม่ต้องกลัวเรื่องแสงน้อยอีกต่อไปครับ คุณสมบัติอื่นที่น่าสนใจเช่น Face Detection, Smile Shutter, Help guide และอีกมากมายครับ ใครที่กำลังมองหากล้อง Mirrorless อยู่ คงจะมีเจ้าตัวนี้ในรายการบ้างนะครับ

Canon EOS M กล้องเล็ก สไตล์ DSLR

มาแล้วครับกับ Canon EOS M กล้องตัวแรกจากทางค่าย Canon ที่เป็น Compact pro คุณสมบัติไม่แพ้ DSLR เลยครับ ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจและเป็นที่น่าจับตามองของหนุ่ม สาวๆ หลายคน หรือ ไม่ เราต้องเข้ามาดูเครื่องในของมันกันครับ ถ้าหากท่านพร้อมที่จะเข้าสู่โลกแห่งภาพถ่ายแล้วละก็ ตามผมมาได้เลย

เริ่มต้นจากการออกแบบของตัวกล้องกันก่อน ดูจากภายนอกออกแบบได้สวยมากครับ เล็ก กะทัดรัด แต่แฝงไปด้วยสมรรถนะที่สูง มาพร้อมกับเลนส์ 2 รุ่น คือ EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM และ EF-M 22m f/2.0 pancake เจ้าตัวนี้ Body ทำมาจาก Magnesium Alloy, Sensor ของเจ้าตัวนี้เค้าบอกว่าขนาดเท่ากันกับ DSLR ดังนั้นคุณภาพของไฟล์ย่อมสูงและเป็นที่พอใจของช่างภาพหลายท่าน เสียที่ว่าไม่มี View finder จึงทำให้ต้องมองภาพผ่านจอ LCD อย่างเดียวเท่านั้น

ด้านการใช้งานสามารถใช้ได้เหมือน DSLR ครับ มี Mode การถ่ายภาพให้เลือกมากมาย อาทิ เช่น M, Av, Tv, P รวมทั้งสามารถถ่าย VDO ระดับความละเอียดสูงได้อีกด้วย สำหรับรุ่นนี้ไม่มี Pop-up flash มาให้ครับ แต่จะมี Hot shoe สำหรับใส่ External flash มาให้ และสามารถสั่งการแฟลชแบบไร้สายได้ด้วย ด้านหลังของตัวกล้องเป็น LCD Touch Screen ทำให้การเลือก function ต่างๆ ทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และยังลดปุ่มบางปุ่มไปด้วย

หากต้องการติดเลนส์เพิ่มก็ไม่เป็นปัญหาครับเพราะเค้าให้ Adapter มาด้วย หรือ หากไม่ต้องการก็มีรุ่นที่ไม่มี Adapter ครับ ใครที่ชอบของเล็ก แต่สมรรถนะเทียบเท่า DSLR แนะนำตัวนี้ไว้ในอ้อมอก อ้อมใจด้วยนะครับ

Sony NEX-5R เล็กๆ แต่สเปคใหญ่

Sony NEX-5R ถือได้ว่าเป็นกล้อง compact pro อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ดูเท่ห์ในสไตล์ของ Sony มาพร้อมกับสีดำตัวค่อนข้างเล็กแต่สมรรถนะไม่เล็กอย่างที่ใครๆ คิด รายละเอียดจะเป็นอย่างไร จะมีคุณสมบัติโดนใจใครอีกหลายคนหรือไม่ เราต้องมาติดตามดูกันต่อจากนี้ครับ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วละก็ ตามมาเลย

ด้าน Body ของเจ้าตัวนี้ดูสมบุกสมบันมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ออกทริปบ่อยๆ พกพาไปไหนสะดวก ให้เลนส์ Kit 16 – 50 F3.5 – 5.6 OSS มาให้ พร้อมทั้งมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัว ในส่วนของระบบการซูม รุ่นนี้ใช้ระบบการซูมไฟฟ้า ทำให้การทำงานเงียบ แต่รวดเร็ว และที่เทพก็คือ เค้าออกแบบให้ส่วนที่ยืดของเลนส์ อยู่ภายในกระบอกเลนส์เวลาเราปิดกล้องทำให้ขนาดเล็กลงมา ง่ายต่อการจัดเก็บ

ด้านบนของกล้องมีปุ่มควบคุมการทำงานที่ให้มาครบครัน สามารถควบคุมกล้องได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ น่าเสียดายครับที่รุ่นนี้ไม่มี Pop-up flash มาให้แต่มี flash เฉพาะติดมาในกล่องแทน, ทางด้านหลังจะเห็นหน้าจอ LCD แบบ Touch Screen 3” และปุ่ม control กล้องที่มีมาให้ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่ขอยกย่องในกล้องรุ่นนี้ก็คือ ระบบการตอบสนองต่อการสัมผัสที่หน้าจอทำได้ดีมาก รวมทั้งหน้าจอ สามารถบิดพับได้ 180 องศา

ความละเอียดของตัวนี้อยู่ที่ 16.1 MP สามารถถอดเปลี่ยน Lens ได้ และเค้าบอกว่าคุณภาพไฟล์เทียบเท่ากล้อง DSLR เลย, มีระบบ Fast Hybrid AFโฟกัสได้เร็วและต่อเนื่อง, พอร์ตที่ให้มาเช่น USB และ HDMI ใครที่สนใจตัวนี้ก็สามารถหามาใช้กันได้นะครับ

Canon EOS 6D ที่สุดแห่ง Full Frame

กำลังเป็นที่นิยมกันมากสำหรับกล้อง Full frame หลังจากที่ได้แนะนำเจ้า Sony ไปแล้ว คราวนี้ถึงคราวพี่ Canon กันบ้างครับ เจ้าตัวนี้มีหลายท่านบอกมาว่า เค้าสามารถแก้ปัญหาเรื่อง noise ได้ จะจริงหรือเท็จแค่ไหน เราลองมาดูกันดีกว่า แล้วท่านจะรู้ว่าสวรรค์ของการถ่ายภาพนั้นมีจริง เข้ามาดูกันเลย

เรามาดูด้านการออกแบบกันก่อนครับ เจ้าตัวนี้ทาง Canon บอกว่าเป็นกล้อง DSLR full frame ที่เบาที่สุดในโลกมาพร้อมกับ Sensor 20.2 MP มี Wi-fi และ GPS ในตัวจัดมาให้อีก มันสุโค่ยจริงๆ ครับ ตัว Body ทำมาจาก Magnesium Alloy มีเพียงส่วนด้านบนเท่านั้นที่เป็นพลาสติก, รุ่นนี้ไม่มี pop-up flash ติดมาให้ครับ น่าเสียดายจัง ทางด้านวงแหวนปรับ Mode การถ่ายภาพ ออกแบบให้อยู่ทางด้านซ้ายของตัวกล้องมี Mode Scene มาด้วย

ทางส่วนของจอแสดงผลการตั้งค่าอยู่ด้านบนทางขวา ช่วยให้ง่ายต่อการตั้งค่าต่างๆ ด้านระบบการประมวลผลก็ไม่น้อยหน้าครับใช้ระบบประมวลผลรุ่นล่าสุด DiGic5+ เร็วกว่าเดิม 3 เท่า, ช่องเสียบ Memory card ให้มาเพียง 1 ช่อง, จอ LCD ขนาด 3”, พอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาเต็มครับ เช่น ช่องเสียบสายลั่น shutter, microphone, USB, HDMI และที่ผมชอบก็คือสามารถใช้มือถือควบคุมกล้องในการถ่ายภาพได้ นับได้ว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับช่างภาพกันแบบเต็มที่

ทางด้านของ GPS นั้นสามารถระบุสถานที่ที่ถ่ายภาพได้ด้วย เป็นอะไรที่ Amazing จริงๆ แต่ขอเตือนว่า กล้องรุ่นนี้บางประเทศไม่มี function Wi-fi และ GPS ให้สังเกตที่ด้านล่างของกล้องว่ามีรหัส (WG) ต่อท้าย รุ่นกล้องหรือเปล่า ถ้าเป็น (N) แสดงว่าไม่มี Function นี้ครับ

Samsung WB150F มากกว่าคำว่า Compact Camera

Samsung WB150F เป็นกล้อง Compact ที่มากไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่ธรรมดา หากท่านใดที่ชอบสไตล์การออกแบบ และคุณภาพกล้องของทางค่าย Samsung แล้วละก็ตัวนี้นับได้ว่าเป็นอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ส่วนด้านรายละเอียดนั้นผมจะบอกท่านหลังจากนี้ ถ้าทุกท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับน้อยใหม่ตัวนี้แล้วละก็ตามผมมาได้เลยครับ

เริ่มต้นด้วยการออกแบบกล้อง ตัว Body ของเจ้าตัวนี้ออกแบบด้านกริปให้จับถือได้อย่างสะดวก เลนส์รับภาพมีขนาดใหญ่สามารถเก็บภาพมุมกว้าง และ เทเลได้อย่างง่ายดาย เพราะสามารถซูมได้มากถึง 18 เท่า เอาใจคนชอบซูมกันเข้าไปครับ วัสดุของกล้องเป็นพลาสติก ดูแข็งแรง มีความละเอียด 14.2 MP ทางด้าน Highlight ของเจ้าตัวนี้อยู่ที่เค้ามีระบบ Wi – Fi มาให้ขา Share กัน

เราลองมาดูด้านล่างของตัวกล้องกันบ้างครับ มีพอร์ต SD Card และช่องใส่แบตเตอรี่ ด้านหลังตัวกล้องเป็นจอ LCD 3” และปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ด้านข้างตัวกล้องมีพอร์ต USB และสาย AV แป้นหมุนปรับโหมดการถ่ายภาพอยู่ทางด้านบนทางขวาตัวกล้อง เรามาพูดกันเรื่องเลนส์บ้าง สำหรับเจ้าตัวนี้ใช้ เลนส์คุณภาพสูง Schneider KREUZNACH เป็นของทางเยอรมันครับ เยี่ยมยอดจริงๆ

ปุ่มบันทึก VDO ถูกออกแบบมาแยกส่วนกับปุ่มอื่นอย่างชัดเจน ช่วยให้การถ่าย VDO เป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกมากๆ ด้วย นอกจากนั้นยังมีลูกเล่นที่จัดมาเต็ม เช่น ภาพแบบ Fish Eye และอีกมากมาย ISO สูงสุดที่สามารถทำได้อยู่ที่ 3200 ใครที่ชอบการ Share รูป Samsung WB150F คือ อีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับคุณ

Nikon S800C กล้องคอมแพค กับระบบแอนดรอยด์

สำหรับเจ้าตัวนี้นับได้ว่าเป็นกล้อง Compact ตัวแรกของ Nikon ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ตัวบอดี้ทำจากพลาสติก มีน้ำหนักที่เบา ถือได้ถนัดดี การออกแบบทำได้สวย ดูแล้วหรู หลังจากที่เปิดเครื่องตัวเลนส์จะยื่นออกมาให้เห็นกันจะๆ ขนาดของเลนส์ที่ให้มานั้นเป็นเลนส์ซูม 10X F3.2 – 5.8

ด้านของพอร์ตเชื่อมต่อให้มาแบบจัดเต็มครับทั้ง HDMI, USB สามารถชาร์จแบตเตอรี่ด้วย USB ได้ เป็นการเพิ่มความสะดวกไม่ต้องเอาแบตเตอรี่ออกมาชาร์จ นอกจากนั้นกล้องตัวนี้ยังมีระบบ Wi-fi และ GPS ในตัวอีกด้วย ใครที่ชอบแชร์ภาพ หรือ ต้องการระบุสถานที่ในการถ่ายภาพก็สามารถทำได้เลยครับ สะดวกดี เป็น Function ยอดนิยมไปแล้วครับสำหรับตัวนี้ ในส่วนของ Flash ก็ให้มาเป็น Buit-in flash ครับ อยู่ทางด้านซ้ายของตัวกล้อง

ด้านหลังของตัวกล้องเป็นจอ LCD ขนาด 3.5” เป็น Touch Screen ทางด้านล่างของกล้องมีช่องสำหรับใส่ SD Card มาให้ 1 พอร์ต, ความละเอียดของกล้อง Nikon ให้มา 16 MP มีระบบลดการสั่นไหวของภาพ (VR) Optical Zoom 10X Digital Zoom 4X ISO125 – 1600 แต่สามารถอัพได้มากสุดถึง 3200 สุดยอดครับ น้ำหนักของกล้องอยู่ที่ 184 กรัม นับได้ว่าเบาใช้ได้ครับ

ด้วยการใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Android จึงทำให้สามารถดาวน์โหลด Application ต่างๆ มาลงได้ ทำให้เราสามารถตกแต่งภาพได้สวยงามจาก App ที่ Download มา ด้านการใช้งานจะมีให้เลือกอยู่ 2 ระบบคือ Android และ การถ่ายภาพ หากท่านเลือก Android เลนส์จะไม่ยื่นออกมา ใครที่กำลังมองหากล้องที่ไม่เพียงแต่เป็นกล้องถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว ตัวนี้ก็เหมาะสมและน่าลองมากครับ

Olympus OM-D กล้องคลาสสิคแห่งยุค

ถ้าจะพูดกันเรื่องความคลาสสิคแล้วคงจะหนีไม่พ้น Olympus OM-D เป็นแน่แท้ ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกตัวกล้องที่ออกแนวนี้ ทำเอาหลายท่านหันหลังมามองกันเป็นแถว และนอกจากความสวยโดดเด่นทางด้านการดีไซน์แล้ว ด้านประสิทธิภาพของกล้องตัวนี้ก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน ส่วนจะมีความเจ๋งในระดับใดนั้นท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นผู้ตัดสินเองก็แล้วกันครับ ถ้าพร้อมแล้ว ตามผมมาได้เลย

Olympus OM-D ออกแบบมาไม่ใหญ่อย่างที่คิด ดูจะเล็กกะทัดรัดเสียด้วยซ้ำไป โครงสร้างของวัสดุทำได้ดีเยี่ยม เจ้าตัวนี้เป็นกล้องแนว Mirrorless ที่สามารถถอดเปลี่ยน Lens ได้ มาพร้อมกับเลนส์ Zuico 12 – 50 mm F3.5 – 6.3 มี External flash พ่วงท้ายมาให้ด้วย นอกจากนั้นยังมีกริปถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์เสริมเพิ่มความสะดวกในการจับ และ ถ่ายภาพแนวตั้งได้ดีอีกด้วย

ทางด้าน Highlight ของ เจ้าตัวนี้อยู่ที่ Electronic View Finder ที่สามารถมองเห็นภาพได้ 100% และแสดงผลของภาพ เหมือนที่ตาเห็น และที่หลายคนสนใจคือหน้าจอ LCD ที่สามารถบิดพับได้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพที่มีมุมมองแปลกได้ด้วย ทางส่วนของปุ่มการทำงานที่ด้านหลังตัวกล้องค่อนข้างเล็กไปสักหน่อย และการออกแบบปุ่มเปิด – ปิดกล้องก็ออกแบบให้ไปอยู่ทางด้านหลังตัวกล้อง

ด้านข้างมีพอร์ตสำหรับใส่ SD Card ระบบล็อกดูแข็งแรงดี สามารถป้องกันฝุ่น และน้ำได้ในระดับหนึ่ง กล้องตัวนี้ให้ความละเอียด 16.9 MP ค่า ISO สูงสุดที่ 25600 นับได้ว่ามากมายเอาการอยู่ ใครสนใจราคาเจ้าตัวนี้ออกจะแพงสักหน่อยอยู่ที่ 44,900 บาท แต่ก็น่าลองครับสำหรับกล้องระดับเทพอย่างนี้

Samsung Galaxy Camera กล้อง 4G ตัวแรกของโลก

สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกเช่นเคย วันนี้ผมมีตัวใหม่จากค่าย Samsung มานำเสนอทุกท่านครับ และ Highlight ของเจ้าตัวนี้ก็คือ รองรับระบบ 4G ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ครับ ใครที่ชื่นชอบของใหม่ และต้องการรู้รายละเอียดของเจ้าตัวนี้อย่างพลาดบทความนี้เด็ดขาดครับ ว่าแล้ว เราก็เข้ามาดูด้านในกันดีกว่าว่ามันจะดีจริงสมชื่อหรือไม่

สำหรับกล้องตัวนี้ได้นำเอาระบบปฏิบัติการ Android มาผสานรวมกันกับการถ่ายภาพได้อย่างลงตัว ด้านการออกแบบภายนอกเหมือนกล้อง Compact ทั่วไป ขนาดของตัวกล้องค่อนไปทางใหญ่ครับ หน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว ไม่ธรรมดา ด้านหลังของตัวกล้องเรียบง่าย ไม่มีปุ่มใดๆ เลย เพราะเป็นหน้าจอ LCD Touch Screen ที่สุดยอดครับ ระบบเลนส์ที่ต้องขอบอกเลยคือสามารถซูมได้ถึง 21 เท่า ความกว้างรูรับแสงที่ F2.8 และมี Flash ในตัว

ด้าน Sensor ใช้ BSI CMOS Sensor ความละเอียด 16.3 MP ISO สูงสุดที่สามารถทำได้คือ 3200 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูง 1080p หน่วยความจำภายในเครื่อง 8 GB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ รองรับ Wi-Fi, Bluetooth 4.0, GPS และ HDMI และที่บอกไว้เป็น Highlight คือ มันรองรับเครือข่าย 3G (850/900/1900/2100 MHz) และ 4G LTE ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบครับ

เนื่องจากมีระบบปฏิบัติการ Android มาให้ด้วยจึงสามารถ Download App มาลงได้ และสามารถใช้คุณสมบัติจาก App นั้นๆ ในการถ่ายภาพได้ด้วย ทางด้านราคาพี่ซัมเค้าเสนอมาที่ 18000 บาท นับว่าไม่เลวเลยสำหรับ Function ที่มากมายขนาดนี้ ใครที่กำลังมองหากล้องที่สามารถเล่นเกมส์ แชท พูดคุย รับ-ส่ง SMS อยู่ละก็ ตัวนี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

Sony NEX-6 แรง เร็ว สไตล์โปร

เจ้าตัวแรงตัวนี้เป็นอีกตัวหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่ากล้องเทพสำหรับหลายคน เนื่องจากสมรรถนะและคุณภาพไฟล์ระดับมืออาชีพจึงทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งตัวที่หลายๆ ท่านต้องการจับจอง ส่วนจะมีอะไรภายในบ้างนั้นผมจะนำมาชำแระให้ทุกท่านได้เห็นถึงเนื้อในกันเลยทีเดียว ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วละก็ตามผมมาได้เลยครับ

Body ของ Sony NEX-6 ออกแบบได้เท่ห์ และดุดันมากๆ มีเพียงสีดำเพียงสีเดียว ขนาดของกล้องดูแล้วเล็กกะทัดรัด แต่ก็สามารถจับได้ถนัดมือเช่นกัน, วงแหวนปรับ Mode การถ่ายภาพออกแบบให้อยู่ด้านขวาบนโดยเป็นวงแหวน 2 ชั้น ชั้นแรกสามารถเลือก Mode การถ่ายภาพ และชั้นที่ 2 สำหรับการควบคุมกล้อง, Hot shoe สำหรับใส่ external flash ออกแบบมาใหม่ให้รองรับ external flash จากค่ายอื่น

ทางด้าน View finder ทำได้ดีครับ เราสามารถมองเห็นตัวอย่างภาพที่จะถ่ายจริงได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ LCD ดูครับ ง่ายไปอีกแบบหนึ่ง นอกจากนี้แล้วเจ้าตัวนี้ยังมี Pop-up flash มาให้ช่างภาพอีกด้วย ช่วยในการ bounce flash ได้ดีครับเพียงจับโยกตัวแฟลชเท่านั้น, Sensor ของกล้องตัวนี้ให้มาใหญ่แบบ APS-C จึงทำให้ได้คุณภาพของ file เทียบเท่ากับกล้อง DSLR เลยครับน่าสนใจเลยทีเดียว

หน้าจอ LCD สามารถบิดพับได้เพิ่มความสะดวกให้กับช่างภาพที่ต้องการถ่ายภาพในมุมที่แปลกๆ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างที่ไม่สามารถบิดพับได้ 180 องศาครับ และเป็น หน้าจอ LCD ธรรมดา ไม่ใช่ Touch Screen, นอกจากนี้ยังมี Wi-fi ในตัว, มีพอร์ต USB และ HDMI มาให้ด้วย ใครที่ชอบ Compact pro ตัวนี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าลองมากเลยครับ